เคาะดีญะฮฺ บินติ คุวัยลิด : ภรรยาคนแรกของท่านนบีมุฮัมมัด นางเคาะดีญะฮฺเกิดในปี ค.ศ.556 ในเผ่ากุเรชเป็นเผ่าใหญ่ที่มีชื่อเสียงในแผ่นดินอาหรับ บิดาของนางชื่อคุวัยลิด บินอะซัด บินอับดุลอุซซา ซึ่งเป็นคนมั่งคั่งในมักก๊ะฮฺ นางเคาะดีญะฮฺแต่งงานครั้งแรกกับอบูฮาลา หลังจากอบูฮาลาเสียชีวิต นางก็ได้แต่งงานใหม่กับอะดีก บินอาบิด แต่ก็อยู่กันได้ไม่นาน สามีคนที่สองของนางก็เสียชีวิตลงอีก
ในขณะนั้น มุฮัมมัดอายุได้ 25 ปี ผู้คนในมักก๊ะฮฺให้ฉายาท่านว่า "อัล-อะมีน" ซึ่งแปลว่า ซื่อสัตย์และไว้วางใจได้ เพราะท่านมีคุณสมบัติเช่นนั้นจริง ๆ นางเคาะดีญะฮฺสนใจในตัวท่านมากและอยากจะให้ท่านมาช่วยกิจการค้าที่นางทำอยู่ นางได้ส่งคนไปทาบทามมุฮัมมัดโดยเสนอค่าจ้างคุมกองคาราวานไปค้าขายที่ชาม (ซีเรีย) ให้เป็นจำนวนสองเท่าของค่าจ้างที่จ้างกันในเวลานั้น และมุฮัมมัดก็มิได้ทำให้นางผิดหวัง เพราะท่านสามารถทำกำไรในการค้าใ้ห้กับนางได้อย่างมากมาย นางเคาะดีญะฮฺจึงรู้สึกยินดีและพอใจในตัวมุฮัมมัดเป็นอย่างมากจนถึงส่งคนไปทาบทามขอแต่งงานกับท่าน หลังจากมุฮัมมัดได้นำเรื่องไปปรึกษากับอบูฎอลิบลุงของท่านและได้รับความเห็นชอบแล้ว มุฮัมมัดกับนางเคาะดีญะฮฺก็ได้แต่งงานกันโดยขณะนั้นนางเคาะดีญะฮฺมีอายุได้ 40 ปี
ในตอนที่มุฮัมมัดได้รับกุรอานครั้งแรกจากอัลลอฮฺในถ้ำฮิรอนั้น ท่านตกใจเป็นอย่างมากท่านกลับมาหานางด้วยอาการหนาวสั่น นางเคาะดีญะฮฺจึงได้เอาผ้าห่มมาห่มให้และเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เกิดกับสามีของนางนั้นมิใช่ปรากฎการณ์ธรรมดา ดังนั้น นางจึงพามุฮัมมัดไปหาวะรอเก๊าะฮฺ บินเนาฟัล ญาติของนางซึ่งผู้รู้ในคัมภีร์โบราณและได้ทราบว่าประสบการณ์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่บอกให้รู้ว่ามุฮัมมัดคือนบีดัีงที่คัมภีร์โบราณได้กล่าวไว้ นางจึงเกิดความเชื่อมั่นในความเป็นนบีของมุฮัมมัดสามีของนางทันที่ ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่านางเคาะดีญะฮฺเป็นผู้หญิงคนแรกที่เข้ารับอิสลามในสมัยของท่านนบีมุฮัมมัด
ในขณะนั้น มุฮัมมัดอายุได้ 25 ปี ผู้คนในมักก๊ะฮฺให้ฉายาท่านว่า "อัล-อะมีน" ซึ่งแปลว่า ซื่อสัตย์และไว้วางใจได้ เพราะท่านมีคุณสมบัติเช่นนั้นจริง ๆ นางเคาะดีญะฮฺสนใจในตัวท่านมากและอยากจะให้ท่านมาช่วยกิจการค้าที่นางทำอยู่ นางได้ส่งคนไปทาบทามมุฮัมมัดโดยเสนอค่าจ้างคุมกองคาราวานไปค้าขายที่ชาม (ซีเรีย) ให้เป็นจำนวนสองเท่าของค่าจ้างที่จ้างกันในเวลานั้น และมุฮัมมัดก็มิได้ทำให้นางผิดหวัง เพราะท่านสามารถทำกำไรในการค้าใ้ห้กับนางได้อย่างมากมาย นางเคาะดีญะฮฺจึงรู้สึกยินดีและพอใจในตัวมุฮัมมัดเป็นอย่างมากจนถึงส่งคนไปทาบทามขอแต่งงานกับท่าน หลังจากมุฮัมมัดได้นำเรื่องไปปรึกษากับอบูฎอลิบลุงของท่านและได้รับความเห็นชอบแล้ว มุฮัมมัดกับนางเคาะดีญะฮฺก็ได้แต่งงานกันโดยขณะนั้นนางเคาะดีญะฮฺมีอายุได้ 40 ปี
ในตอนที่มุฮัมมัดได้รับกุรอานครั้งแรกจากอัลลอฮฺในถ้ำฮิรอนั้น ท่านตกใจเป็นอย่างมากท่านกลับมาหานางด้วยอาการหนาวสั่น นางเคาะดีญะฮฺจึงได้เอาผ้าห่มมาห่มให้และเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เกิดกับสามีของนางนั้นมิใช่ปรากฎการณ์ธรรมดา ดังนั้น นางจึงพามุฮัมมัดไปหาวะรอเก๊าะฮฺ บินเนาฟัล ญาติของนางซึ่งผู้รู้ในคัมภีร์โบราณและได้ทราบว่าประสบการณ์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่บอกให้รู้ว่ามุฮัมมัดคือนบีดัีงที่คัมภีร์โบราณได้กล่าวไว้ นางจึงเกิดความเชื่อมั่นในความเป็นนบีของมุฮัมมัดสามีของนางทันที่ ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่านางเคาะดีญะฮฺเป็นผู้หญิงคนแรกที่เข้ารับอิสลามในสมัยของท่านนบีมุฮัมมัด
ในระหว่างที่ท่านนบีมุฮัมมัดปฏิบัติภารกิจในการเผยแผ่อิสลามนั้น นางคอดีญะฮฺได้ให้ความช่วยเหลือท่านนบีทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นด้านทรัพย์สินและกำลังใจ ในปีที่ 7 ของการเผยแผ่อิสลาม พวกหัวหน้าชาวมักก๊ะฮฺได้รวมหัวกันคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและสังคมต่อตระกูลของท่านนบีและบรรดาสาวกของท่านอย่างหนักจนสมาชิกในตระกูลของท่านทั้งหมดต้องไปใช้ชีวิตอย่างทุกข์ยากลำบากนอกเขตเมืองมักก๊ะฮฺเป็นเวลาถึง 3 ปี และในช่วงเวลานี้เองที่นางคอดีญะฮฺได้เสียชีวิตลงเมื่ออายุได้ 65 ปี ท่านนบีมุฮัมมัดได้กล่าวว่านางเป็นหนึ่งในบรรดาหญิงที่จะได้อยู่ในสวรรค์
นางคอดีญะฮฺมีบุตรกับท่านนบีมุฮัมมัด 6 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 4 คน ดังนี้คือ 1) กอซิม 2) ซัยนับ 3) อัลดุลลอฮฺ 4) รุก็อยยะฮฺ 5) อุมมุกัลซูม 6) ฟาตีมะฮฺ บุตรชาย 2 คน คือ กอซิม และ อับดุลลอฮฺ เสียชีวิต ตั้งยังเป็นทารก
นางคอดีญะฮฺมีบุตรกับท่านนบีมุฮัมมัด 6 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 4 คน ดังนี้คือ 1) กอซิม 2) ซัยนับ 3) อัลดุลลอฮฺ 4) รุก็อยยะฮฺ 5) อุมมุกัลซูม 6) ฟาตีมะฮฺ บุตรชาย 2 คน คือ กอซิม และ อับดุลลอฮฺ เสียชีวิต ตั้งยังเป็นทารก